เที่ยวเกาะกูด สูดอากาศทะเล ฮาเฮสายน้ำตก
posted on 11 Dec 2008 08:30 by funnyclub in Travel
ในที่สุดฤดูหนาวก็เดินทางมาถึงเมืองไทยเสียที ตื่นตอนเช้าๆ ก็มีลมหนาวพัดโชยมาทักทายอรุณสวัสดิ์ ทำให้หลายคนเริ่มเตรียมวางแผนการเดินทางขึ้นไปสัมผัสอากาศเย็นๆ บนยอดดอยกันบ้างแล้ว
เปล่า... เราไม่ได้จะเตรียมแพ็คกระเป๋าหยิบเสื้อกันหนาวไปขึ้นดอยแต่อย่างไร แต่กลับหยิบครีมกันแดด เตรียมกางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ และชุดเล่นน้ำ ไปลุยทะเลที่ "เกาะกูด" แทน เพราะในช่วงหน้าหนาวนี้ก็ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวทะเลเช่นกัน ซึ่งช่วงไฮนี้ก็จะยาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนเมษายนเลยทีเดียว
เกาะกูดถือเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดตราด และยังเป็นเกาะที่อยู่ทางตะวันออกสุดของทะเลฝั่งอ่าวไทย แทบจะเลยออกไปในน่านน้ำของเขมรเลยทีเดียว โดยเอกลักษณ์ของเกาะกูดนั้นก็อยู่ที่หาดทรายขาวน้ำใสแจ๋ว และยังมีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และป่าต้นน้ำ ทำให้มีน้ำจืดใช้บนเกาะกันอย่างพอเพียง อีกทั้งยังไม่มีรีสอร์ท เกสต์เฮาส์ ร้านอาหาร หรือสถานบันเทิงมากมายนัก เกาะกูดจึงมีความเงียบสงบเป็นธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวหลายคนชื่นชอบ
และจากความสงบนี้เอง ทำให้การเดินทางไปมาบนเกาะกูดด้วยรถโดยสารนั้นหายาก นักท่องเที่ยวที่มาเกาะกูดส่วนใหญ่จึงมักซื้อแพ็กเกจกับทางรีสอร์ทไว้ล่วงหน้าและนัดหมายกับทางรีสอร์ทให้ส่งรถมารับส่ง และใช้ท่องเที่ยวบนเกาะกูดตามแพ็กเกจที่เลือกไว้
ในครั้งนี้เราใช้บริการของ "อเวย์รีสอร์ท เกาะกูด" รีสอร์ทบนหาดคลองเจ้าเป็นที่พักพิง ซึ่งหาดคลองเจ้านั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ เป็นที่ตั้งของชุมชนบ้านคลองเจ้า และถือเป็นหาดหนึ่งที่มีหาดทรายขาวน้ำใส อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับปากคลองเจ้า ซึ่งเป็นคลองที่ไหลมาจาก "น้ำตกคลองเจ้า" อีกด้วย
พูดถึงน้ำตกคลองเจ้าแล้วก็ถือโอกาสพาไปเที่ยวเสียเลยดีกว่า เนื่องจากชัยภูมิที่ตั้งของรีสอร์ทอยู่ไม่ไกลจากตัวน้ำตกมากนัก การเดินทางไปน้ำตกของเราจึงไม่ธรรมดา เพราะเราจะพายคายัคจากปากคลองเจ้า เข้าสู่น้ำตกคลองเจ้ากัน
แต่ก่อนจะลงเรือคายัคก็ขอให้ออกกำลังกายช่วงแขนกันก่อนก็จะดี เพราะระยะทางไม่ใช่ใกล้ ใช้เวลาพายเกือบๆครึ่งชั่วโมง ดังนั้นกำลังแขนเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็ไม่น้อยกว่ากำลังใจ ถ้าเหนื่อยนักก็แค่หยุดพัก แล้วก็ค่อยๆ ช่วยกันพายบึ้ดจ้ำบึ้ดไปเดี๋ยวเดียวก็ถึงเอง
บริเวณปากคลองเจ้านั้นสองข้างทางจะเป็นป่าโกงกางขึ้นเบียดกันหนาแน่น นับเป็นป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเพื่อนร่วมทริปบางคนคงจะไม่เคยเห็นต้นโกงกางใกล้ๆ มาก่อน จึงชอบพายเรือคายัคพุ่งเข้าหาต้นโกงกางอยู่เรื่อยเลย
พายเรือคายัคออกกำลังแขนมาจนถึงจุดหมายจนได้ แต่จุดหมายที่ว่าก็ยังไม่ใช่น้ำตกคลองเจ้า แต่เป็นท่าเรือเล็กๆที่เราจะจอดเรือกันไว้ตรงนี้ แล้วต้องเดินเท้าเข้าไปยังตัวน้ำตกกันอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตร เอ้า...หลังจากบริหารแขนแล้วก็ได้เวลาบริหารขากันต่อ หลายคนเริ่มบ่นกันงึมงำๆ แต่เมื่อหลวมตัวมาได้ครึ่งทางแล้วก็ต้องไปต่อให้ถึงจุดหมาย
แต่เมื่อมาถึงตัวน้ำตกคลองเจ้าแล้ว เสียงบ่นก็หายเงียบเป็นปลิดทิ้ง กลายเป็นเสียงชื่นชมในความสวยงามของน้ำตกแทน แม้ว่าจะมีขนาดไม่ใหญ่โตนัก แต่น้ำตกคลองเจ้าก็ยังสวยงามน้ำใสน่าลงไปแหวกว่ายเล่น และสำหรับคนที่มาเกาะกูดในช่วงปลายฝนต้นหนาวอย่างนี้ก็จะมีข้อได้เปรียบก็คือสายน้ำจากน้ำตกจะยังมีมากและไหลแรงอยู่
น้ำตกคลองเจ้าไม่เพียงเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดบนเกาะกูด แต่ยังมีความสำคัญตรงที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เคยเสด็จประพาสเมื่อปี พ.ศ.2454 และยังทรงเคยลงจารึกพระปรมาภิไธย วปร.ไว้ที่ก้อนหินในบริเวณน้ำตกอีกด้วย ในคราวเสด็จประพาสครั้งนั้นพระองค์ได้พระราชทานชื่อให้น้ำตกแห่งนี้ว่า "น้ำตกอนัมก๊ก" เพื่อระลึกถึงองค์เชียงสือ เจ้าแห่งแคว้นอนัมหรือเวียดนาม ที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสมัยรัชกาลที่ 1 ก่อนจะมารวบรวมพลที่เกาะกูดเพื่อกลับไปกอบกู้บ้านเมือง แต่ชื่อน้ำตกคลองเจ้านั้นเป็นชื่อดั้งเดิมที่เรียกกันมาก่อน ซึ่งก็หมายถึงน้ำตกอันเป็นต้นคลองซึ่งเจ้าญวนเคยมาพำนักอยู่นั่นเอง
การมาท่องเที่ยวที่น้ำตกคลองเจ้านั้น ไม่ใช่แค่เพียงจะมาแหวกว่ายสายน้ำเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมสนุกสนานโลดโผนวัดความกล้ากันด้วยการกระโดดพุ่งหลาวจากโขดหินขนาดใหญ่และมีความสูงประมาณ 5-6 เมตร ทางด้านข้างน้ำตกลงมาสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง
งานนี้มีผู้กล้ารอคิวกระโดดกันเพียบ ทั้งนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ บางคนกระโดดรอบเดียวไม่พอยังมาต่อคิวปีนก้อนหินขึ้นกระโดดซ้ำอีกหลายรอบด้วยความสนุกตื่นเต้น ขณะรอกระโดดก็คิดครีเอทท่าทางไปด้วย จึงสนุกสนานกันไปทั้งคนโดดและคนดู
ส่วนกิจกรรมที่ตื่นเต้นน้อยลงมาอีกหน่อยก็คือการปีนต้นไม้ใหญ่ข้างๆน้ำตก แล้วห้อยโหนตัวเองลงมากับเชือกที่ผูกไว้แน่นหนากับกิ่งไม้ สมมติตัวเองเป็นทาร์ซานส่งเสียงโห่ฮี้โห่...แล้วปล่อยมือหล่นตู้มลงมาในสายน้ำเย็น ส่วนใครที่ไม่ค่อยชอบความตื่นเต้นก็แค่ลงไปแหวกว่ายเล่นในแอ่งน้ำตกก็ได้สนุกสนานกันถ้วนหน้า
เอ๊า...มัวแต่เที่ยวน้ำตกเสียเพลิน เกือบลืมไปเลยว่านี่เรากำลังมาเที่ยวทะเลกัน เพราะฉะนั้นพายเรือกลับมายังรีสอร์ท แล้วนั่งสปีดโบ๊ทเตรียมตัวไปดำน้ำตื้นกันที่ "เกาะตุ่ม" เกาะเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับหาดคลองเจ้ากันเลยดีกว่า
ที่เกาะตุ่มนี้สามารถดำน้ำได้ทั้งแบบผิวน้ำ (Snorkeling) หรือจะดำน้ำลึก (Scuba) ก็ได้ วันนี้เราเลือกดำแบบผิวน้ำ ลงไปเล่นหยอกล้อกับปลาหลากหลายชนิดที่ว่ายวนเวียนผ่านหน้า ชมปะการังโขด และหอยเม่นที่แอบอยู่ตามซอกหิน ว่ายน้ำเล่นกับปลาจนเหนื่อยก็หยุดพักตีกรรเชียง หลับตาลอยตัวฟังเสียงคลื่นลม ชื่นชมธรรมชาติให้เต็มที่ แต่อย่าเพลินจนลอยไปไกลว่ายน้ำกลับเรือไม่ไหวล่ะ
หลังจากทำกิจกรรมเหน็ดเหนื่อยมาตลอดวันแล้ว เราคิดว่าการที่ได้มานั่งผ่อนคลายดื่มด่ำกับบรรยากาศชายทะเลยามอาทิตย์ลับฟ้ากันที่ริมหาด ย่อมเป็นความสุขที่สุดของการมาเที่ยวทะเล ยิ่งถ้าได้มากับคนรู้ใจก็ยิ่งเป็นความสุขสองชั้น และเป็นการพักผ่อนร่างกายและจิตใจให้พร้อมกลับไปสู้กับการงานหรือหน้าที่ที่ต้องทำในชีวิตประจำวันได้อย่างดี
ในช่วงที่ทะเลกำลังสวยเช่นนี้ หากจะเลือก "เกาะกูด" ให้เป็นหนึ่งในจุดหมายการเดินทาง ก็นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
จุดเด่นที่น่าสนใจ และข้อมูล เกาะกูด
สุดยอดแห่งท้องทะเลไทย ทะเลใสสีมรกต อันดามันแห่งทะเลตะวันออก
อ่าวใหญ่
ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลกูด ทางด้านตะวันออกของเกาะกูด อยู่ใกล้กับแหลมอ่าวใหญ่
ลักษณะของหาด : ไม่มีชายหาด เพราะเป็นแหล่งชุมชนใหญ่ มีท่าเทียบเรือประมง
จุดเด่น : เป็นทำเลที่ตั้งของชุมชนบ้านเรือน ชาวประมง บนเกาะกูด มีท่าเทียบเรือใหญ่ เป็นสถานที่หลบลมมรสุม ของชาวประมงที่มาหาปลา บริเวณนี้เป็นแหล่งขนส่งและจำหน่าย สินค้าทางการประมง อาทิเช่น กุ้ง, หอย, ปู, ปลา และสินค้า ของฝากจากทะเล เช่น กุ้งแห้ง, ปลาเค็ม, ปลาหมึกแห้ง, เป็นแหล่งผลิตน้ำปลาชั้นดี ตรากระต่าย ที่ผลิตมาจากปลาหัวอ่อนแท้ มีร้านขายอาหารและร้านขายของชำ คอยบริการชาวประมงอยู่หลายร้าน
เป็นที่ตั้งของ ศาลหลวงพ่อดำ อันเป็นที่เคารพบูชา ของชาวประมง และชาวบ้านบนเกาะกูด มีท่าเทียบเรือ ของชลประทาน แต่ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ เพราะเป็นแหล่งน้ำจืด ขนาดใหญ่ ที่สำคัญแห่งหนึ่งบนเกาะกูด บริเวณอ่าวใหญ่ มีเส้นทางเดินเท้าตัดผ่าน สวนยางมายังวัดอ่าวพร้าว และอ่าวพร้าว ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของตัวเกาะ คือด้านทิศตะวันตก เพื่อชมความสวยงาม ของพระอาทิตย์ตกทะเล ที่มีความงดงามแห่งหนึ่งบนเกาะกูด ว่าแต่ว่า จะเดินกันมาไหวหรือเปล่า เท่านั้นเอง ระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตร ผ่านสวนยาง และเนินเขา ซึ่งกว่าจะมาถึงก็เรียกเหงื่อ ได้พอสมควร สำหรับนักท่องเที่ยว ประเภทขาจร ที่มาเที่ยวเกาะกูด แล้วหาเรือกลับฝั่งไม่ได้ สามารถมาหาเรือประมง เช่าเหมาลำ กลับฝั่งได้ที่นี่ โดยติดต่อได้ที่คุณสุทัศน์ ทศดารา ผู้ใหญ่บ้านอ่าวใหญ่ ในราคาเที่ยวละ 2,500- 3,000 บาท แล้วแต่ท่าเรือ ที่จะให้ไปส่งยังฝั่ง ว่าไกลหรือใกล้เพียงใด ราคาต่อรองกันได้ เพราะผู้ใหญ่สุทัศน์ ใจดีอยู่แล้ว
อ่าวกล้วย
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะกูด อยู่ใกล้กับอ่าวยายเกิด และแหลมยายเกิด
ลักษณะของหาด : หาดทรายขาวยาวประมาณ 300 เมตร
จุดเด่น : หาดทรายขาวละเอียด น้ำใสลงเล่นน้ำได้ บรรยากาศเงียบสงบ ปราศจากบ้านเรือน ผู้คน และแหล่งชุมชน เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง บนเกาะกูด มีแหล่งหญ้าทะเล เป็นที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของสัตว์น้ำนานาชนิด เป็นจุดชมนก ชนิดต่างๆ บนเกาะกูด เช่น นกปรอดหัวจุก และนกอพยพชนิดต่างๆ อยู่ห่างจากอ่าวยายเกิด ใช้เวลาเดินเท้า ประมาณ 15 นาที ส่วนการเดินทางมายังอ่าวกล้วย เพื่อความสะดวกสบาย ในการเดินทาง ควรติดต่อไป ที่เกาะกูดรีสอร์ท จะได้รับการบริการที่สะดวกสบายมากกว่าที่จะเดินทางมาด้วยตนเอง
การเดินทาง : จากท่าเรืออำเภอคลองใหญ่ เดินทางด้วยเรือประมง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เรือเร็วใช้เวลาประมาณ 45 นาที
อ่าวยายเกิด
ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะกูด อยู่ใกล้กับอ่าวกล้วย และแหลมตาตุ้ย
ลักษณะของหาด : หาดทรายขาวยาวโค้งรูปครึ่งวงกลม ความยาวของหาดประมาณ 800 เมตร
จุดเด่น : หาดทรายขาวยาว สามารถลงเล่นน้ำได้ ด้านหลังของชายหาดติดเนินเขา บริเวณด้านบนของชายหาด อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยต้นมะพร้าว บรรยากาศโดยรอบ บริเวณชายหาด เงียบสงบ ปราศจากบ้านเรือน และแหล่งชุมชน จึงเหมาะสำหรับการพักผ่อน ของคนที่รักธรรมชาติ อย่างแท้จริง เป็นที่ตั้งของเกาะกูดรีสอร์ท รีสอร์ทแห่งแรก บนเกาะกูด มีเส้นทางเดินเท้า เดินตัดผ่านสวนยาง ไปยังอ่าวกล้วย เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ใช้เวลาเพียง 15 นาที เท่านั้น มีแหล่งดำน้ำ ชมปะการัง ที่หัวแหลมอ่าวยายเกิด ส่วนการเดินทางไปยังอ่าวและชายหาดต่างๆ ยกเว้นอ่าวกล้วย สามารถเดินทางไปได้ด้วย ทางเรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีทางรถยนต์ หรือทางเดินเท้า เพราะด้านหลังติดเขา ด้านหน้าติดทะเล ส่วนการเดินทาง มายังอ่าวยายเกิด เพื่อความสะดวกสบาย ในการเดินทางควรติดต่อไปที่เกาะกูดรีสอร์ท จะได้รับการบริการ ที่สะดวกสบาย มากกว่า ที่จะเดินทางมาด้วยตนเอง
หาดอ่าวพร้าว
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.เกาะกูด ทางด้านทิศตะวันตก อยู่ใกล้กับแหลมเทียน ซึ่งเป็นอ่าวสุดท้ายใต้สุดของเกาะกูด
ลักษณะของหาด : เป็นชายหาดขาว โค้งเว้า ยาวประมาณ 800 เมตร
จุดเด่น : ชายหาดบริเวณอ่าวพร้าว มีน้ำทะเล ที่ใสสะอาด สามารถลงเล่นน้ำได้ ด้านบนของชายหาด อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยสวนมะพร้าว บรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับการแค้มปิ้งพักแรม ห่างไกลจากชุมชน มีบ้านพักของชาวสวน และชาวประมง ปลูกอยู่ริมคลองพร้าว ประมาณ 8-10 หลังคาเรือน มีสถานีอนามัย บ้านอ่าวพร้าว ตั้งอยู่ มีร้านขายของชำเล็กๆ อยู่หนึ่งร้าน
นักเดินทางขาจร ประเภทค่ำไหนนอนนั่น ชอบเดินทาง มาพักแรมกันที่อ่าวพร้าว เป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกทะเล ได้สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะกูด จากบริเวณชายหาด มีเส้นทางเดินเท้าแค่สิบกว่านาที ก็จะถึงวัดอ่าวพร้าว ภายในวัด มีศาลา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน รูปปั้น ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บิดาแห่งกองทัพเรือไทย และวิหารหลวงพ่อดำ ที่เคารพบูชา ของชาวเกาะกูด ภายในวัดอ่าวพร้าว มีบรรยากาศอันร่มรื่น ตามลำคลองพร้าว เข้ามาในวัดอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยป่าชายเลน และสัตว์น้ำนานาชนิด อาทิ เช่น ปลาใบขนุน ฯลฯ
ภายในวัดยังมี โรงเรียนอยู่แห่งหนึ่ง ชื่อโรงเรียนวัดอ่าวพร้าว สอนตั้งแต่ ป.1 - ป.6 มีเส้นทางเดินเท้าไปยังอ่าวใหญ่ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก ของเกาะกูด เส้นทางเดินเท้า ตัดผ่านสวนยางและเนินเขา ระยะทาง 4.5 กม. ใช้เวลาเดินเท้าราว 1.5 ชม. ก็จะถึงอ่าวใหญ่ ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่แห่งหนึ่งบนเกาะกูด ตอนขากลับ ให้ระมัดระวังเรื่องเวลา ในการเดินกลับมายังอ่าวพร้าว ให้ทันก่อนพระอาทิตย์จะตกทะเล เพราะเส้นทางสายนี้ ตกเวลาค่ำ การเดินเท้า ยากลำบากมาก ตลอดทาง จะชุกชุมไปด้วยสัตว์มีพิษ ชนิดต่างๆ เช่น งู ฯลฯ ส่วนข้อควรระวัง ในการมาพักแรมค้างคืน ที่อ่าวพร้าว ให้ระวังตัวริ้นและตัวร่าน สัตว์ตัวเล็กๆ แต่พิษสงเหลือรับประทาน ใครโดนกัดเข้าไปแล้ว จะเกากันมันหยด อย่าบอกใครเชียว โดยเฉพาะ ช่วงหัวค่ำ ทางที่ดี ควรเตรียมยาป้องกันแมลง ติดตัวมาด้วย อย่าต้องให้บอกว่าเป็นยี่ห้อใดดี เพราะไม่มีค่าโฆษณา นักท่องเที่ยวบางคน โดนกัดเข้าไปแล้ว แพ้ผดผื่นคัน ขึ้นเต็มตัว หมดสวยไปอีกหลายวัน ก่อนกางเต็นท์นอน ควรก่อกองไฟไล่ๆ ช่วยได้พอสมควร และก่อนกลับ ช่วยกันกำจัดเศษขยะ ที่นำมาด้วย อย่าทิ้งเรี่ยราด ให้ชาวบ้านแถวนั้น เขาสาบแช่งส่งท้าย ภายหลังคนอื่นเขาจะไปพักไม่ได้
การเดินทาง : จากท่าเรือคลองใหญ่ ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4-5 ชม. ด้วยเรือประมง ผ่านแหลมเทียน ก็จะถึงอ่าวคลองพร้าว ถ้าเดินทางด้วยเรือเร็ว ใช้เวลาเพียง 1 ชม.เศษๆ ก็ถึง แต่จะสู้ราคาค่าเรือเร็วไหวหรือเปล่า เท่านั้น
การเดินทาง : จากท่าเรืออำเภอคลองใหญ่ เดินทางด้วยเรือประมงผ่านอ่าวกล้วย หัวแหลมยายเกิด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากอ่าวยายเกิด มีเส้นทางเดินเท้า ไปยังอ่าวกล้วย ได้ที่เดียว ส่วนอ่าว หรือหาดอื่นๆ ต้องไปทางเรือ เท่านั้น
การเดินทาง : จากท่าเรือคลองใหญ่ เดินทางด้วยเรือประมง ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง
เดินทางไปเกาะกูด
รถยนตร์ ขับรถไปเองเลือกได้ 2 เส้นทาง
1. จากกรุงเทพใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (บางนา-ตราด) ผ่านชลบุรี ระยอง จันทบุรี เลยไปจนถึงจังหวัดตราดรวมระยะทางทั้งสิ้น 385 กิโลเมตร
2. จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข3 (บางนา-ตราด)เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข 344(ชลบุรี-บ้านบึง-แกลง) เมื่อถึงอำเภอแกลง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข3 ผ่านจังหวัดจันทบุรีจนถึงจังหวัดตราด รวมระยะทาง 315 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
การเดินทางไปจังหวัดตราดสามารถเลือกขึ้นรถได้ทั้งสถานขนส่งเอกมัยและสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ บริษัทโชคอนุกูลได้ชื่อว่าบริการดี แต่มีรถให้บริการน้อย ต่างจากบริษัทสหมิตรเชิดชัยทัวร์ รถออกทุกๆชั่วโมง และบริษัทศุภรัตน์ทัวร์นอกจากรถปรับอากาศชั้น 1 และรถปรับอากาศ VIP
จะเลือกบริษัทไหนก็ตามแต่ชอบ
บริษัท ขนส่ง จำกัด
กรุงเทพฯ-ตราด รถออกตั้งแต่เวลา 06.00-24.00น. โทรศัพท์ 0-2391-8097 ,0-2382-2098
ตราด-กรุงเทพฯ รถออกตั้งแต่เวลา 06.30-17.30น.โทรศัพท์ 0-3951-1986
บริษัท โชคอนุกูล
กรุงเทพฯ(เอกมัย)-ตราด รถออกเวลา 14.00น. และ 23.30น.โทรศัพท์ 0-23924-7680
ตราด-กรุงเทพฯ(เอกมัย) รถออกเวลา 06.30 และ 23.30น.โทรศัพท์ 0-3951-1208
บริษัทเชิดชัยทัวร์
กรุงเทพฯ(เอกมัย)-ตราด รถออกตั้งแต่เวลา06.00-23.00น.โทรศัพท์ 0-2931-2237
ตราด-กรุงเทพฯ(เอกมัย) รถออกตั้งแต่เวลา07.00-23.30น.โทรศัพท์ 0-3951-1062
กรุงเทพฯ(หมอชิต) โทรศัพท์ 0-2936-0199
บริษัท ศุภรัตน์ทัวร์
กรุงเทพฯ(เอกมัย)-ตราด รถออกตั้งแต่เวลา08.30-22.30น.โทรศัพท์ 0-2391-2331
กรุงเทพฯ(หมอชิต)-ตราด รถออกตั้งแต่เวลา06.00-23.00น.โทรศัพท์ 0-2936-3388
ตราด-กรุงเทพฯ(เอกมัย) รถออกตั้งแต่เวลา08.30-23.00น.โทรศัพท์ 0-3951-1481
ตราด-กรุงเทพฯ(หมอชิต)รถออกตั้งแต่เวลา08.30-23.00น.โทรศัพท์ 0-3951-1481

น่าไปจัง
#1 By Paa orKant on 2008-12-11 09:12