เรื่องนี้มันมีสาเหตุครับ ผมเก็บเป็นความลับมานานแล้ว

สมัยตอนเรียนประถม-มัธยมต้น ผมเป็นคนที่อ้วนมาก แถมตัวยังไม่ค่อยสูงด้วย ถ้าจำไม่ผิด ตอนม.3 ผมสูง 150 หนัก 70 กว่าโล

เพื่อนๆมันล้อผมบ่อยมาก ผมก็ไม่ซีเรียสก็ขำๆน่ะ แต่บางครั้งการที่คนเรามีความรักมันก็อยากจะทำให้ตัวเองดูดี ผมเลยขอเงินแม่เข้าคอร์สลดน้ำหนักต่างๆ แม่ก็ไม่ว่าอะไร

ผมลองมาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น กินยา ออกกำลังกาย ฝังเข็ม มันไม่มีวิธีไหนที่ได้ผลเลย คิดว่า เพื่อนๆหลายคนที่อวบๆ ก็คงเป็นเหมือนกัน ยิ่งเราออกกำลังกาย มันยิ่งทำให้เราหิวแล้วก็กินเยอะกว่าเดิม ผมเคยลองวิ่ง วันละ 2 กิโล ทำอยู่ 3 สัปดาห์ น้ำหนักแทบไม่ได้ลดลงเลย นั่นยิ่งทำให้ท้อและเลิกในที่สุด

พอขึ้นม.ปลาย จุดหันเหของชีวิตผมอยู่ตรงนี้แหละ

ผมไปเจอป้ายประกาศ ลดน้ำหนักที่แปะอยู่ข้าง สวนสาธารณะ (ไม่ห่างจากบ้านผมเท่าไหร่)

จำใจความในประกาศได้ไม่หมดนะครับ จำได้ประมาณว่า

คุณเคยลดน้ำหนักแล้วมันไม่ได้ผลใช่หรือไม่ เรามีวิธี โทรมาปรึกษา ฟรี ไม่ได้ผลยินดีคืนเงิน tel.044-xxxxxx (044 เป็นรหัสหมายเลขจังหวัดชัยภูมิครับ)


คือผมสะดุดตรงคำว่าฟรี กับยินดีคืนเงินนี่แหละ ทำให้อยากลอง วันนั้นผมโทรไป มีคุณหมอมารับสายเค้าบอกให้ผมเข้าไปคุยกันที่คลีนิคของเค้า

วันรุ่งขึ้นผมก็เลยลองไปดู เพราะอยากรู้ว่าเค้าจะรักษายังไง

หมอชื่ออะไรผมจำไม่ได้แล้ว แต่เค้าพูดดีมาก เค้าบอกว่า สิ่งที่ผมเคยทำมาทุกอย่างไม่ว่าจะกินยา ออกกำลังกาย ฝังเข็ม อดอาหาร นั่นเป็นสิ่งที่ผิด

เพราะยิ่งผมทำมันมากเท่าไหร่ กิเลสในการกินอาหารของผมมันก็มากตามเท่านั้น ยิ่งผมออกกำลังกาย ผมก็จะยิ่งหิว ยิ่งอดอาหาร พอได้กิน มันก็อดใจไม่ไหว ต้องกินเยอะอยู่ดี การฝังเข็มลดน้ำหนัก หมอบอกว่าเป็นการกระทำที่ไร้สาระ

งั้นผมต้องทำยังไง ผมถามหมอ

หมอบอกว่าต้องเข้าคอร์สลดน้ำหนักของเค้า

แวบแรกตอนนั้นในใจผมคิดเลยว่า กรูว่าแล้วววว สาดดดดดด


คือมันเป็นอยู่ทุกที่น่ะครับ ที่ชอบหลอกเงินเรา คอร์สลดน้ำหนักเราดีที่สุดอะไรประมาณนี้ ซึ่งผมลองมาทุกที่มันก็ไม่เห็นได้ผลเลย

แต่สิ่งที่หมอพูดต่อมาทำให้ผมสะดุดใจมาก หมอบอกว่าคอร์สเราใช้เวลา 10 วัน ที่สำคัญตอนนี้อยู่ในช่วงที่ทดลอง ถ้าผมเข้าคอร์ส หมอบอกว่า ฟรี ครับ

ของฟรีใครๆก็ชอบ ผมเลยตอบตกลง แต่หมอบอกว่าฟังก่อน
คอร์สใช้เวลา 10 วัน คือผมไม่สามารถกลับไปนอนที่บ้านได้ ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของสถาบันลดน้ำหนักตลอดเวลา หมอบอกว่า ให้ไปปรึกษาแม่และลาโรงเรียนก่อน

ผมบอกแม่ ซึ่งแม่ก็บอกว่า มันหลอกลวงหรือเปล่า มีที่ไหน มันจะทำอะไรผมหรือเปล่า แก๊งต้มตุ๋นหรือเปล่า ทำไมมันถึงฟรี

นั่นน่ะสิ ทำไมมันถึงฟรี ผมเริ่มคิดได้ หรือมันอาจจะหลอกเราจริงๆ

รุ่งเช้าผมโทรไปคุยกับหมอใหม่อีกรอบ หมอบอกว่าไม่เป็นไร เก็บไปคิดดูดีๆ ตอนนั้นผมหนักใจมาก (ตัวก็หนักด้วย) หมอบอกว่าที่ต้องใช้เวลา 10 วัน เพราะหมออยากให้แน่ใจว่ามันได้ผลจริงๆ แล้วเราเพิ่งเปิดสถาบัน ดังนั้นถ้าผมผอมลงในที่สุด ก็จะเป็นเครื่องการันตีว่า วิธีของหมอได้ผลจริงๆ หมอยังโน้มน้าวบอกผมอีกว่า หมอแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ แบบวิธีลดน้ำหนักแบบอื่นๆ

ในที่สุดผมก็หลงกลหมอ ซึ่งทุกวันนี้ผมดีใจมากที่ได้เข้าคอร์สนั้น แต่มันอาจจะได้ผลเกินไปก็ได้ ผมเลยผอม อย่างทุกวันนี้ - -"

ผมบอกแม่และลา โรงเรียน 10 วัน ซึ่งผมคิดว่ามันคุ้มแล้ว ถ้ามันได้ผลจริงๆ

ผมไปที่คลีนิคหมอ นั่งรอประมาณครึ่ง ชม. พยาบาลก็มาเรียกให้เข้าห้องข้างใน

ในห้องที่ผมนั่งตอนนี้ต่างกับห้องแรก ห้องนี้แทบไม่มีอะไร มีแค่เก้าอี้ 2 ตัว แล้วก็หมอนั่งอยู่

หมอบอกให้ผมนั่งลงก่อน

หมอก็เล่าไปเรื่อยๆว่า วิธีนี้จะได้ผลแน่นอน ถ้าน้ำหนักผมไม่ลดเลย หมอยินดีจ่ายค่าเสียหายให้ด้วย ถ้าผมพร้อมแล้วให้เซ็นสัญญา ผมก็เซ็นไป ไม่ได้คิดอะไร

หมอบอกว่าให้นั่งรอสักครู่เดี๋ยวหมอไปถ่ายเอกสารก่อน

ผมก็เลยนั่งรอไป....

1 ชม. เต็มๆ ไปถ่ายเอกสารที่ปารีส รึไงวะ ผมเริ่มเซ็ง กับห้องที่ไม่มีอะไร มีแค่ตู้กดน้ำแค่นั้น

เลยกะว่าจะเปิดประตูไปเดินเล่นซักหน่อย ปรากฏว่า ประตูมันล็อค! ผมพยายามเคาะแต่มันไม่มีเสียงอะไรเลย มันเหมือนห้องเก็บเสียง ผมเริ่มกังวล ผมกระแทกประตูจะให้พัง แต่มันมีอีกชั้นเป็นประตูเหล็ก ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าคอร์สนี้มันลดน้ำหนักกันยังไง

มันขังผมไว้ ! ผมตะโกนแทบบ้า แต่ไม่มีเสียงใดตอบรับเลย

ตะโกนจนแสบคอ เมื่อไปกดน้ำกิน ร่างกายผมก็สั่นและชาไปทั้งตัว

ในน้ำมีกระแสไฟฟ้า !

เสียงหมอดังมาจากลำโพงมุมห้อง วิธีลดน้ำหนักของเรา แก้กันที่ต้นเหตุ อีก 10 วันเจอกันนะครับ


อ๊ากกกกกก ผมจะบ้าตาย เพิ่งเข้าใจว่าทำไม ผมอยู่โดยไม่กินอะไร10วัน ทุกๆครั้งที่ผมจะกินน้ำผมก็กลัวกระแสไฟฟ้า

หลังจากออกจากคอร์ส น้ำหนักผมลดฮวบฮาบ หมอทำให้ผมกลัว การกิน
วิธีลดน้ำหนักของหมอได้ผล ทุกๆครั้งที่ผมจะยัดอะไรเข้าปาก ผมจะเกิดอาการกลัวก่อนเสมอ หมอแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นั่นคือ มรึงไม่อยากอ้วนมรึงก็ไม่ต้องแดก นั่นเอง....









ป.ล.เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งที่แปลงมากจากรวมเรื่องสั้นของคุณ สรจักร นะครับ ไม่ใช่เรื่องจริงนะจ๊ะ คือที่เป็นเรื่องแปลงเพราะว่าผมทำหนังสือหายไปแล้ว แต่จำเนื้อเรื่องได้คร่าวๆ เลยดัดแปลงจากเรื่องสั้นของคุณสรจักร จากเรื่อง ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่

 

edit @ 15 Jan 2009 14:59:50 by 。◕‿◕。 Story Of Varieties 。◕‿◕。

Comment

Comment:

Tweet

#114 By (49.230.108.3|49.230.108.3) on 2015-06-21 19:26

#113 By (118.175.229.157|118.175.229.157) on 2015-04-23 15:56

sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile

#112 By (171.6.244.170|171.6.244.170) on 2015-04-10 14:24

question big smile big smile big smile

#111 By (122.155.43.141|122.155.43.141) on 2015-02-16 21:12

question big smile big smile big smile

#110 By (122.155.43.141|122.155.43.141) on 2015-02-16 21:12

โอ้ย ตั้งใจอ่านตั้งนาน

#109 By (49.230.96.22|49.230.96.22) on 2015-01-19 10:26

แต่ก้อจิงนะ

#108 By (49.230.147.79|49.230.147.79) on 2014-11-09 18:57

แต่ก้อจิงนะ

#107 By (49.230.147.79|49.230.147.79) on 2014-11-09 18:57

โหหห นึกว่าเรื่องจริว

#106 By (27.55.143.128|27.55.143.128) on 2014-09-12 21:08

</